|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
ก่อนที่จะไปอธิบายถึงข้อกำหนดของการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพของผู้ทำบัญชี เราควรมาทำรู้จัก คำว่า “ผู้ทำบัญชี” กันก่อน ผู้ทำบัญชี ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 คือ ผู้รับผิดชอบในการทำบัญชีของกิจการที่มีหน้าที่จัดทำบัญชี ไม่ว่าจะเป็นพนักงานหรือลูกจ้างของกิจการนั้นหรือไม่ก็ตาม ได้แก่ ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี, สมุห์บัญชี, หัวหน้าแผนกบัญชี, ผู้รับจ้างทำบัญชีอิสระ, หัวหน้าสำนักงานบริการรับทำบัญชี เป็นต้น ในกิจการแห่งหนึ่งจะต้องมีผู้ทำบัญชี 1 คน และผู้ทำบัญชีจะต้องแจ้งขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เพื่อเป็นผู้ทำบัญชีของกิจการนั้น ๆ ทั้งนี้ผู้ทำบัญชีหนึ่งคนจะรับทำบัญชีได้ไม่เกินปีละ 100 แห่ง คุณสมบัติของผู้ทำบัญชีที่สำคัญก็คือ มีคุณวุฒิการศึกษาตามขนาดธุรกิจ โดยห้างหุ้นส่วนจำกัด หรือบริษัทจำกัด ที่มีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องมีวุฒิไม่ต่ำกว่าอนุปริญญา หรือ ปวส.ทางการบัญชี และห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทที่มีขนาดใหญ่กว่า ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบัญชี หรือเทียบเท่า
|
|
ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 กำหนดให้ผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าต้องมีการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ โดยมีหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลา ดังนี้ 1. ผู้ทำบัญชีต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพ ในทุกรอบ 3 ปี
|
|
1. การอบรมสัมมนา ตามระยะเวลาที่เข้าร่วมการอบรม/สัมมนา
|
|
1. การบัญชี
|
|
กล่าวโดยสรุป “ซีพีดี (CPD)” ก็คือ การพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี สำหรับผู้ทำบัญชี ที่ขึ้นทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยผู้ทำบัญชีต้องเข้ารับการพัฒนาความรู้ต่อเนื่องทางวิชาชีพบัญชี อย่างน้อย 27 ชั่วโมงทุกรอบ 3 ปี แบ่งเป็นเนื้อหาด้านบัญชี 18 ชั่วโมง กับเรื่องอื่นๆ อีก 9 ชั่วโมง และในแต่ละปีจะต้องเข้าอบรมไม่น้อยกว่า 6 ชั่วโมง ถึงแม้ข้อกำหนดเรื่อง CPD มีไว้เฉพาะผู้ที่ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ทำบัญชีเท่านั้น แต่นักบัญชีท่านอื่นที่ไม่จำเป็นต้องนับช.ม. CPD ก็ควรหมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเพื่อจะได้เป็นนักบัญชีมืออาชีพอย่างแท้จริง |





